วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

รู้จักนักร้อง แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์

แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ นักร้องเพลงลูกทุ่งชาย ที่โด่งดังขึ้นมา โดยที่ไม่เคยเป็นนักร้อง อยู่กับวงดนตรีลูกทุ่งวงใดมาก่อน เขาโด่งดังมาจากผลงานเพลงแรกที่เขาบันทึกเสียง คือเพลง แห่ขันหมาก แสงสุรีย์ มี ชื่อ นามสกุล จริง คือ เฉลียว ไกอ่ำ เกิดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 ที่บ้านเลขที่ 156 หมู่ 13 ตำบลกำปัง อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดบ้านจาน ตำบลกำปัง อำเภอโนนไทย แสงสุรีย์ เป็นคนที่ชอบการร้องเพลงลูกทุ่ง เข้าสู่เวทีการประกวดในเขตจังหวัดบ้านเกิด มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้น ป.2

เมื่อประมาณอายุ 15 ปี แสงสุรีย์ หิ้วกระเป๋าเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ ระหว่างนั้นเขาก็ตระเวณประกวดร้องเพลงตามเวทีเล็กๆ ในเขตกรุงเทพ ด้วย ชนะบ้าง แพ้บ้าง มีอยู่ครั้งหนึ่ง แสงสุรีย์ ได้รับชัยชนะ เพื่อนที่ร่วมประกวดด้วยกัน จึงได้พาเขาไปพบ ครู สัมฤทธิ์ รุ่งโรจน์ ครูเพลงตาพิการ เพื่อให้ปั้นแสงสุรีย์ เป็นนักร้อง

ครูสัมฤทธิ์ บอกว่า ถ้าอยากจะเป็นนักร้อง จะขายเพลงให้ เพลงละ 600 บาท ซึ่งแสงสุรีย์ก็ตกลงซื้อทันที 2 เพลง คือเพลง แห่ขันหมาก และ น่าอร่อย เมื่อผลงานเพลงถูกนำออกเผยแพร่ตามสถานีวิทยุ ปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของเหล่าบรรดาแฟนเพลง จากนั้นจึงค่อยๆ ทะยอยผลิตผลงานเพลงตามมาสมทบอีกมากมาย โดยยังคงเป็นเพลงที่แต่งขึ้นโดยครูสัมฤทธิ์ เป็นส่วนมาก ยุคที่โด่งดังที่สุดของเขาคือระหว่างปี พ.ศ. 2521 ถึงปี พ.ศ. 2524 จากนั้นจึงปิดวงไป เมื่อความนิยมเริ่มลดน้อยถอยลง

แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ เสียชีวิตจากโรคโควิด 19 เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564 เวลา 10:30 น. ด้วยวัย 68 ปี นับว่าเป็นการสูญเสียอีกครั้ง ของวงการเพลงลูกทุ่งไทย

รู้จักครูเพลง ฉลอง ภู่สว่าง

ครู ฉลอง ภู่สว่าง บรมครู นักแต่งเพลงลูกทุ่งชาวไทย เกิดเมื่อ พ.ศ. 2481 ที่ จังหวัดสมุทรสาคร จบการศึกษาชั้น ป.4 โรงเรียนเมืองสมุทรสาคร เมื่อครั้งอายุประมาณ 14 ปี มีโอกาสได้ดูวงดนตรี คณะบางกอกแมมโบ้ ที่มาเล่นวัดบ้านแหลม ครูเห็นนักดนตรีเป่าแซกโซโฟน รู้สึกทึ่ง ที่มีปุ่มกดมากมาย คนเรามีเพียง 10 นิ้ว ทำไมกดได้หมด จึงเกิดแรงบันดาลใจ อยากจะได้สวมสูทและยืนเป่าเครื่องดนตรีบ้าง จึงได้ฝึกหัดกับลุงเติม และมีโอกาสหยิบแซกโซโฟนมาทดลองเป่า ครูฉลองร้องเพลงได้ดี มีการประกวดร้องเพลงที่ไหน ก็ขึ้นประกวดไปทั่ว ได้ที่1 บ้าง ไม่ได้บ้าง ดิ้นรนใฝ่ฝันไปเรื่อยๆ


เมื่ออายุครบเกณฑ์ทหาร ก็ได้ไปรับใช้ชาติ 2 ปี ขณะเป็นทหาร มีโอกาสได้เริ่มฝึกเป่าแซกโซโฟน และเรียนโน้ตเพลง ทำให้มีความสามารถ และมีประสบการณ์มากขึ้น สามารถร้องเพลง แต่งเพลง และเล่นดนตรีได้บ้าง พอสมควร เมื่อออกจากทหารแล้ว ก็ไปสมัครอยู่กับคณะรำวงหลายคณะ เช่น คณะรำวงดาราน้อย ที่ ชลบุรี วงดนตรี พนม นพพร และ วงดนตรีของ บุปผา สายชล

ครูฉลอง เริ่มหัดแต่งเพลง เมื่อครั้งประกอบอาชีพพายเรือค้าขาย ซึ่งเป็นช่วงที่กิจการไม่ดี มีหนี้สินมากมาย จึงขายเรือ ได้เงินมาหมื่นกว่าบาท แบ่งเงินไปซื้อแซกโซโฟนมา 1 ตัว ราคาสองพันบาท แต่งเพลงถึงตีหนึ่งตีสอง ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ภรรยาก็บ่นว่า เขียนไปทำไม เขียนแล้วจะเอาไปให้ใคร

แต่ครูฉลองก็หวังลึกๆ ว่า สักวันหนึ่งต้องทำให้ได้ และเริ่มเขียนเพลงจริงจัง เมื่ออายุ 21 ปี เพลงแรกที่แต่ง และได้อัดแผ่นเสียงก็ดังเลย คือเพลง ลาก่อนความโกหก ร้องโดย ระพิน ภูไท เมื่อเปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุ ได้รับความนิยมพอสมควร จากนั้นก็ได้แต่งเพลงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งดังแทบทุกเพลง ไม่ว่าจะเป็น  ปีวอกหลอกพี่ คิดถึงแหม่ม เอาคำว่ารักของเธอคืนไป สระบุรีร้องไห้ คนจนเป็นอย่างไร เรณูอยู่ไหน ฝนพรำที่อัมพวา คิดถึงพี่หน่อย

มีบทเพลงดังของครูมากมาย ตลอดจนนักร้องเพลงลูกทุ่งมากหน้าหลายตา ทำหน้าที่สืบสานตำนานเพลงของครู จนโด่งดังทั่วฟ้าเมืองไทย ไม่สามารถที่จะพูดถึงได้อย่างครบถ้วน และเมื่อกาลเวลาพาทุกสรรพสิ่งแปรเปลี่ยน หลังจากที่ไม่ได้รับทราบข่าวคราวของครูเลย จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564 คนวงการเพลงลูกทุ่งก็ได้ทราบข่าวร้ายว่า ครูได้จากไปแล้วอย่างสงบ ที่บ้าน อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ รวมอายุได้ 83 ปี